พบ “ดาวผีดิบ” ที่แม้จะหมดอายุขัยไปนานแล้ว แต่ก็ยังมีการปะทุเกิดขึ้น

วัตถุชื่อ iPTF14hls หรืออีกชื่อเรียกง่าย Zombie Star (ดาวฤกษ์ผีดิบ)

คือซูเปอร์โนวาที่ประหลาดอย่างมากเพราะนับตั้งแต่ปี ค.ศ.1954 มันปะทุไปแล้วแบบนับไม่ถ้วน

ซึ่งตามทฤษฎีดาราศาสตร์ปัจจุบัน : เมื่อดาวฤกษ์ดวงใดหมดอายุขัย

มันจะระเบิดเป็นซูเปอร์โนวาปิดฉากชีวิตในการระเบิดแค่ครั้งเดียว แต่สำหรับดาวฤกษ์ดวงนี้

นอกจากระเบิดแล้วหลายหน แต่ละครั้งยังปลดปล่อยพลังงานกินเวลานานกว่าซูเปอร์โนวาทั่วไปถึง 6 เท่า

ภาพถ่ายเมื่อปี 2017 โดย Nordic Optical Telescope
โดยมันถูกพบครั้งแรกเมื่อปี 2014 ซึ่งปกติความสว่างของซุปเปอร์โนวาจะลดลงเรื่อย ๆ

หลังผ่านการระเบิดไปประมาณ 4 เดือนก่อนจะดับลงในที่สุด แต่กลับกันเพ ราะภายในไม่กี่เดือน

เจ้าดาวซอมบี้มันกลับสว่างขึ้นอีกครั้ง และยังมีการเปลี่ยนแปลงความสว่างทั้งเพิ่มขึ้น

และลดลงแตกต่างกันถึง 5 ครั้ง (นั่นหมายความว่า “ระเบิดแล้วระเบิดอีก”)

เหตุนี้ จึงทีมนักดาราศาสตร์ตัดสินใจกลับไปค้นหาข้อมูลและภาพที่เคยบันทึกไว้

จนได้พบว่าในปี ค.ศ.1954 ณ ตำแหน่งเดียวกัน เคยเกิดระเบิดและปรากฏความสว่างเพิ่มขึ้น-ลดลงรูปแบบนี้มาตลอดอีกด้วย

ภาพจำลองการปลดปล่อยพลังงาน
ซึ่งจากการวิเคราะห์ แม้จะไม่สามารถยืนยันคำตอบถึงปรากฏการณ์ประหลาดนี้ได้แบบ 100%

แต่ก็ทำให้พอจะคาดเดาได้ว่า ก่อนการระเบิดครั้งแรก-ดาวดวงนี้อาจเคยมีขนาดใหญ่กว่าดวงอาทิตย์ถึง 50 เท่า

(หรือมากกว่า) เพราะพลังงานที่ปล่อยออกมาสูงกว่าที่คาดเอาไว้ในทางทฤษฎี

นอกจากนี้ไฮโดรเจนทั้งหมดควรจะสูญหายไปในระหว่างการระเบิดที่เกิดขึ้นเมื่อ 1954

แต่กลับพบว่ายังคงมีไฮโดรเจนปริมาณมากเกิดขึ้นหลังจากการระเบิดเมื่อปี 2014 นั่นเอง

แดเนียล เคเซน นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เสนอคำอธิบายปรากฏการณ์นี้ว่า

“อาจเป็นผลจากความไม่สเถียรแกนกลางของดาว – แกนกลางของดาวฤกษ์ดังกล่าวอาจมีอุณหภูมิสูงจัด

จนกระทั่งสามารถแปลงพลังงานให้อยู่ในรูปของสสารและปฏิสสาร ซึ่งเมื่อ 2

สิ่งนี้อยู่ด้วยกันจึงทำให้เกิดความไม่เสถียรอย่างรุนแรงจนนำไปสู่การระเบิดซ้ำได้”

และแม้จะยังไม่มีคำตอบที่สามารถยืนยัน แต่เราก็สามารถบันทึกลงในประวัติศาสตร์ของมนุษย์ได้ว่า

“นี่คือการระเบิดที่ย าวนานที่สุดเท่าที่เราเคยค้นพบเลยครับ”

ภาพจำลองหลังการระเบิด
“ซูเปอร์โนวาดวงนี้หักล้างทุกกฏและทุกสิ่งที่เราคิดว่าเรารู้ ถือเป็นปริศนาข้อใหญ่สุดที่เคยเจอ

นับตั้งแต่เริ่มศึกษาการระเบิดในจักรวาลมานานกว่า 100 ปี” แอร์ อาร์คาวี นักศึกษาหลังปริญญาเอก

ที่หอสังเกตการณ์ลาคัมเบอร์บอกในรายงานที่ตีพิมพ์ในวารสาร nature

ที่มา : I-CURIOUS

Related Posts